9 สิ่งใหญ่และหลายสิ่งน้อยในนิวยอร์คที่จะพลาดก็ได้ แต่อาจร้องไห้นิดหน่อย

วีคที่ผ่านมา PDM ตามทีมงาน Yellow Train ไปถ่ายสารคดีคนไทยเก่งๆ ในนิวยอร์คเลยได้โอกาสแวะไปรับฟัง มองตา และสูดกลิ่นมหานคร ถึงปุ๊บยังหนาวอยู่เลยแต่แดดเปรี้ยง ปีนี้เจอใครก็บ่นว่าอเมริกาหนาวมาก ความดีเวลามากับเพื่อนที่เคยเรียนอยู่ที่นิวยอร์คก็แทบไม่ต้องวางแผนใดๆ สถานที่เด็ดๆ มาเป็นลิสต์ตั้งแต่เครื่องยังไม่แตะพื้น เอาเป็นว่าใครมีเวลาน้อยก็ตามนี้เลย

New York

 

1. The Vessel แห่ง Hudson Yard มิตรสหายของดวงตาที่ลุกวาว

แลนด์มาร์คใหม่สดเปิดได้ไม่ถึงอาทิตย์ เราน่าจะเป็นคนไทยกลุ่มแรกๆ ที่ไปตอนคิวไม่ยาว 55 ชื่องานคือ The vessel ออกแบบโดย Heatherwick Studio เฟิร์มสถาปนิกสัญชาติอังกฤษแถวหน้าของโลกที่ฝากผลงานระดับ Iconic ไว้มากมาย ถามว่าสวยมั้ยอันนี้ก็แล้วแต่ชอบ แต่ด้วยความสูง 150 ฟุต กับบันไดล้อมรอบ 2500 ขั้นวางเรียงตระการตา ถ้าถามว่าเด่นมั้ยก็ต้องตอบว่าเด้งมาก หลุดออกมาจากบรรยากาศโดยรอบแบบละครคนละเรื่อง อย่าลืมเดินเล่นไปถ่ายรูป โครงสร้างตึกจากภายในตื่นตาตื่นใจ และถ้าใครกลัวความสูงก็ไปหากาแฟกินข้างล่างรอเพื่อนได้ เพราะกาแฟราคาแพงแต่รสชาติปกติเป็นของคู่กันกับบริเวณโดยรอบอย่างขาดไม่ได้

2. Broadway ไม่ใช่แค่เต้นและร้องเพลงแล้วนะจ๊ะ เทคโนโลยีมาเต็ม

การแสดงละครเป็นวัฒนธรรมแห่งอเมริกาจะบอกว่ามานิวยอร์คไม่ได้ดูละครเวทีก็อาจจะพลาดอะไรบางอย่างไป ครั้งนี้คิงคอง เป็นคำตอบ ...ใช่แล้วฟังไม่ผิด คิงคองในแบบละครเวทีลิงยักษ์ตัวใหญ่ขยับจริงตั้งแต่นิ้วยันหน้าผากไปถึงลูกตาดำ แถมมียิงฟันอีกต่างหากงานนี้คุณพระไม่ได้ช่วยแต่ทีมงานคุณภาพบังคับด้วยหุ่นยนต์คอยช่วย ผสานกับคณะชักใยลิงยอดฝีมือ นักร้องเสียงดี นักดนตรีผู้หาตัวจับได้ยาก ดูแล้วบันเทิงจิต ไม่ว่าจะในทะเล ป่าเขา เมืองใหญ่ ฉากทุกอย่างไล่ล่ากันบนเวทีขนาดไม่น่าถึง 100 ตารางเมตรสลับไปมาพร้อม CG และฉากตระการ ใครเคยดู Lion King คงพอจินตนาการออกตอนนี้มีอีกหลายสิบเรื่องให้เลือก เราก็ดูตามที่เค้าว่ามาว่าดี และคิงคองก็ดีจริงๆ

3. Live Broadway ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแต่อันนี้บ้ามาก

เราได้ยินมาซักพักแล้วที่เพื่อนทุกคนพูดตรงกันว่าห้ามพลาด ‘Sleep no more’ ละครเวทีที่ดัดแปลงจากเรื่อง Macbeth ราชาผู้โหดร้ายจากบทประพันธ์ของเชคสเปียร์

ความพีคมันอยู่ตรงนี้

Sleep No More ไม่มีที่นั่งดู เค้าจะแจกหน้ากากผู้เข้าร่วมดูคนละอัน ทุกคนบังคับใส่หน้ากาก 
ต้องวิ่งตามตัวละคร แน่นอนว่าเลือกตามได้ครั้งละหนึ่งคน แสดงภายในโรงแรมเก่าที่มามารีโนเวทเป็นฉากละครความสูง 4-5 ชั้นก็ไม่สามารถทราบได้ ตัวละคร 21 ตัวเล่นพร้อมกันคนละชั้น วิ่งมาเจอกันบ้างตามบทบาทของแต่ละคน

คำถามคือพอทุกอย่างเล่นพร้อมกันแต่ไม่ได้อยู่บนเวทีข้างหน้าเรา แล้วจะดูรู้เรื่องได้ยังไง

ใช่แล้ว...เดาเนื้อเรื่องจนกำเดาไหลแล้วไหลอีกก็เดาลำบาก

ตัวละครอาจจะดึงมือคุณไปจูบ... จูงมือคุณวิ่งขึ้นลงตึกตามฉากที่เค้าต้องไปเล่นต่อ 
อาจจะเข้ามากระซิบบอกความลับที่ข้างหู บางฉากคุณเดินไม่ระวัง เลือด(ปลอม) อาจจะเปื้อนมือ 
บางฉากมีการลงอ่างอาบน้ำเพื่อล้างเลือดก็ถอดเสื้อผ้ากันทั้งหมด แบบงวงฟาดซ้ายขวา เค้าอาจจะลืมไปว่ามีคนดูยืนใส่หน้ากากล้อมดูฉากนั้นกันอย่างน้อย 30 คน!

ต้องยอมรับว่าคอนเซปต์โชว์สุดยอด นักแสดงระดับเทพ แข็งแรง ทรงพลัง มีเสน่ห์ เธอคนนั้นที่ดูบอบบางภาพตัดมากำลังไต่กำแพงทำตัวขนานโลกด้วยร้องเท้าส้นสูง คุณที่สูงเกือบสองเมตรกระโดดเข้าไปพับตัวเองแอบอยู่ในตู้กับข้าวโบราณอย่างแนบเนียน บางครั้งคุณอาจเดินโดดเดี่ยวเข้าไปในฉากวังเวงที่ไม่มีตัวละครหรือแม้แต่คนดูอยู่เลย ความก้าวร้าวของกล้ามเนื้อแสดงออกผ่านทุกบทบาทแบบที่คนดูเกร็งจนกระเพาะบิด ดูรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างก็ยังคุ้ม เพราะนักแสดง บทละคร ฉากและวิธีการพรีเซนท์จะเป่าจินตนาการที่คุ้นเคยของคุณฟุ้งกระจุย

ก่อนไปดูลองอ่าน Macbeth ที่เป็นฉบับย่อสั้นๆ ภาษาไทยในกูเกิลไปก่อนจะดูรู้เรื่องมากขึ้นถึงแม้จะบิดไปเยอะ อย่างน้อยก็เดามันละวะ 55

อย่าลืมใส่รองเท้าผ้าใบนะจ๊ะ มีวิ่งตามแน่นอน

 

New York 

4. บาร์ Music is live

โลกของดนตรีในหัวใจอยู่ที่นิวยอร์ค คุณจะเห็นคนเดินร้องเพลงตามสี่แยก เต้นบนรถไฟฟ้า Breakdance หน้าร้านขายยากลางเมือง

Don’t tell mama คือบาร์ที่จะทำให้คุณเพลินหัวใจ นักร้องคุณภาพเสียงใสปานแก้วที่ผลิตจากรัสเซียหลังยุคกลางจะแสดงอำนาจเสียงสวรรค์ผ่านนักเปียโนคู่ใจ

ร้องเสร็จปุ๊ป... เดินไปเสิร์ฟเบียร์ต่อ ใช่แล้ว! นักร้องทุกคนคือเด็กเสิร์ฟ เด็กเสิร์ฟทุกคนคือนักร้อง 5555 คอนเซปต์นี้เอาไปห้ากะโหลก เด็กเสิร์ฟหลายคนน่าจะเป็นหรือเคยเป็นนักแสดงบรอดเวย์มาก่อนเพราะเสียงนั้นคือระดับ Soundtrack of Walt Disney เธอคนนั้นยืนคิดตังค์ลูกค้าอยู่หน้าบาร์เพื่อนโยนไมค์ให้ใส่เต็มทันที ร้องเพลงจบปุ๊บก็หมุนตัวกลับไปล้างแก้วต่อ

บ้าจริงๆ มันมีที่แบบนี้ได้ยังไง

..

อีกที่คือ 55 Bar (ไม่ได้หัวเราะ) สูงสุดของฟรังค์ร๊อคอยู่ที่นี่เล่นกันสามชิ้น เหมือนมีแบคอัพเป็น 10 สกิลนักดนตรีที่หมุนเวียนกันขึ้นมาเล่นจะเป่าจิตกระจุย คุณจะลืมความเคยทุกข์เหมือนฟังคอนเสิร์ตของ John Mayer ท่อนที่ไม่มีคนร้องแต่ค่าตั๋วแค่ 15 เหรียญ​ บีทของ Live จะทำให้ดนตรีอิเลคทรอนิคที่คนกำลังฮิตเกิดความเหงาขึ้นในใจ มันส์กว่านี้ก็ต้องน้ำมันทอดกุ่ยช่ายแล้ว

ความเชื่อส่วนตัวหลังตระเวนหาดนตรีตามคำบอกเล่าใน 8 วันคือบาร์เหมือนหนังในซีรี่ส์แบบ Netflix นั้นหาไม่ยาก เดินหลงยังเจอ ส่วนเสียงระดับ Alicia Key นั้นมีอยู่เกือบทุกร้าน และคนแอฟริกันอเมริกันน่าจะเสียงดีแต่กำเนิดทุกคน

5. มิวเซียมคือพิพิธภัณฑ์

ประเทศที่พัฒนาแล้ว พิพิธภัณฑ์จะเยอะเป็นปกติ ส่วนประเทศกำลังพัฒนาการขอสร้างมิวเซียมที่ดีจะยากเป็นปกติ

* The Met

โลกของอดีตอยู่ที่นี่ อียิปต์ กรีกโบราณ ชวา แอฟริกัน งานศิลปะทุกแขนง หินที่ถูกแกะจนละเอียด มองเร็วๆนึกว่าผ้ากำลังปลิวลมทำได้เช่นไร เดินจริงๆ สองวันไม่หมด เดินไม่จริงครึ่งวันก็โอเค 
แน่หละว่าอเมริกาไปเอาของเค้ามาทางใดทางหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่าประเทศพัฒนาแล้วเค้าดูแลของโบราณดีจริงๆเค้าอาจจะมองว่าเป็นสมบัติของโลก (เข้าข้างเกินไป) คนเคยไป louvre หรือ British Museum ก็จะเป็นอารมประมาณนั้น บางโซนแทบจะยกอียิปต์มาทั้งก้อนจนต้องตั้งคำถามว่าที่อียิปต์จริงๆมีอะไรเหลือบ้างมั้ย

* Whitney museum

เป็นพิพิธภัณฑ์​ของเอกชน คนรวยเป็นเจ้าของแสดงความร่ำรวยผ่านการสร้างซื้ออาวุธ .. ไม่ใช่ ผ่านการซื้องานศิลปะและสถานที่จัดแสดงงานศิลปะยุคใหม่ เพื่อนไปดู The Vessel ในข้อแรกเสร็จก็เดินบน High line อันลือลั่นจะไปจบที่พิพิธภัณฑ์นี้พอดี

อเมริกาคือประเทศใหม่เมื่อเทียบกับยุโรปหรือแอฟริกา ศิลปะก็แสดงออกมาในทางนั้นเช่นกัน เต็มไปด้วยไอเดีย และเทคนิค ช่วงที่ไปโชคดีที่ทาง Whitney เอาผลงานของ Andy Warhol มาจัดแสดงชุดใหญ่เจ้าพ่อ Pop Art สายเลือดอเมริกันคนนี้โด่งดังไปทั่วโลกใครไม่รู้จักลองนึกภาพ Marilyn Monroe สีสันฉูดฉาดที่ถูกสกรีนบนเสื้อยึดขายในตลาดนัดบ้านเราก็คนนั้นเลย

* Guggenheim Museum

อาคารออกแบบโดยสถาปนิกระดับตำนาน Frank Lloyd Wright เดินผ่านตึกก็คุ้มแล้ว งานศิลปะชั้นยอดจะหมุนเวียนมาแสดงตลอดปีที่สำคัญคือเข้าฟรีวันเสาร์

* Moma

New York New York

 

New York 

New York

New York 

New York 

New York 

New York

 

6. ย่านฮิป

* Highline ทางรถไฟเก่ากลางเมืองที่เอามาปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ ใครอยากรู้ถึงความยากลำบากกว่าจะได้มาซึ่งพื้นที่นี้ลองไปฟัง Tedtalk จะพบว่าทีมงานใช้พลังมหาศาลกว่าจะได้มาซึ่งสวนธารณะลอยฟ้าของประชาชนในเมืองที่แออัดสุดๆ 
คุ้มค่ากับการไปเดินเล่น และหน้าร้อนจะมีกิจกรรมมากมาย ทางรถไฟก็เท่ได้นะเออว์

* Williamsburg อยู่ใน Brooklyn เป็นย่านเท่ๆ ของคนที่ค่อนข้างเท่ๆ อาหารอร่อย ของมือสอง แบรนด์ท้องถิ่น กาแฟรสเยี่ยม

* Chelsea มีทั้งตลาดสด และแกลอรี่ศิลปะที่บรรจุงานรอเศรษฐีมาซื้อไปเก็บอยู่ทุกมุมถนน

* Dumbo ย่านใหม่ต้นสะพาน Brooklyn ตรงข้ามเกาะ Manhattan ความคูลในโกดังเก่านั้นน่าเดินเล่น สนทนากับเบอร์เกอร์ดีดีและกาแฟซักครึ่งวันจะเป็นไรไป

8. ร้านอาหารไทย

หลังจากหวด พิซซ่า เบอร์เกอร์ และอื่นๆ จนวัวร้องขอชีวิต ต้องยอมรับว่านิวยอร์คคือโลกใบย่อม มีคนทุกชาติ และแน่นอน อาหารจากทุกชาติเช่นกัน ถามว่าอะไรคืออาหารอเมริกันก็นั่นแหละ อาหารทุกชาติ...

ไม่ค่อยแปลกใจเจอเพื่อนคนไทยอยู่กันสิบปี ยี่สิบปี พี่บางคนมาตั้งแต่อายุ 19 ตอนนี้จะเกษียณแล้วยังไม่กลับ อย่างแรกน่าจะเป็นโอกาสทางรายได้ทำงานหนักก็ได้เยอะ อีกอันที่สังเกตุน่าจะเป็นเพราะว่ามีบรรยากาศแบบให้หายคิดถึงบ้านอยู่รอบตัว ร้านข้าวแกง ร้านส้มตำ คาราโอเกะที่บรรยากาศเหมือนร้านเหล้าหลังมหาลัยและติดป้ายหน้าร้านว่ารับแต่คนไทยเท่านั้น ใครไปเที่ยวแล้วเบื่อบรรยากาศอเมริกันก็เรียนเชิญแถบไทยทาวน์ หรือร้านอาหารไทยที่ท่านได้เดินผ่าน

9. ไนกี้ Sneaker Culture

ร้านของรองเท้าเทพเจ้าแห่งชัยชนะอย่าง Nike ที่นิวยอร์คนั้นล้ำสมัยมาก ราคารองเท้าคงรวมค่าทำร้านไปด้วยแล้วเป็นแน่แท้ 
ทุกชอปจัดเต็มเหมือนพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีขนาดย่อม Nike Airในตำนานถูกนำมาแยกชิ้นส่วน โชว์เทคโนโลยีการผลิตแบบไม่มีกั๊กให้ต้องเดาเหมือน Sleep no more เป็นร้านรองเท้าที่ตื่นตาตื่นใจ บางรุ่นวางอยู่เฉยๆ ก็รู้สึกว่าน่าจะเร็วว่าช่วงก้าวขาวิ่ง
แม้จะซ้อมเท่าไหร่ก็ไม่น่าทัน

อเมริกามี Sneaker Culture คุณไปเดินย่านคนเยอะๆก้มดูเท้า ส่วนใหญ่รองเท้าสวยกันทุกคน ใครไปแล้วชื่นชอบรองเท้าก็อย่าลืมแวะชมความพิเศษพร้อมรูดบัตรให้ขอบถลอกด้วยสติ

เราจะไม่พูดถึงการชอร์ปปิ้ง เพราะทุกที่คือที่ชอร์ปปิ้ง

...

การได้มานิวยอร์คในครั้งนี้โชคดีได้เจอคนไทยเก่งๆ คนไทยที่สู้มากอยู่ต่างแดนทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ มีครอบครัวและมีความสุข ขอบคุณคณะ Yellow Train (ทีมผู้กำกับ อะลาดิน PDM) ที่เดินทางไปทำสารคดี และให้ติดไปด้วย

การได้เดินทางกับเพื่อนผู้มีคอนเนคชั่น ถือเป็นความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของชีวิต

New York

PDM TRAVEL CLUB.
PDM BRAND ORIGINAL.